แป้งพัฟ แป้งสมุนไพร แป้งกมลชนก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
ครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA+++ คืออะไร?
 
 
 
            เดี๋ยวนี้สาวๆ เริ่มวิตกกังวลเรื่องผิวพรรณกันมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้า ทำให้เราได้รู้ซึ้งว่าแสงแดด และมลภาวะที่ต้องเจออยู่ทุกวัน สามารถทำอันตรายให้กับผิวเราได้ ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามทั้งหลาย ยังต้องสรรหาวิธีทางการตลาด เพื่อที่จะบอกให้คนทั่วไปอย่างเรา ได้รับทราบถึงความจำเป็นในการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากแสงแดด ฝุ่น ควัน หรือมลภาวะอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องของแสงแดด ที่เราจะเห็นได้ชัดเจน กับเคมเปญโฆษณา และสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย ที่เห็นกันจนชินตาในช่วงซัมเมอร์ หรือว่าฤดูร้อนที่เราต้องทนทรมาณกับอากาศ และแสงแดดที่ร้อนระอุ มากขึ้นกว่าช่วงอื่นๆ และสิ่งที่ได้เห็น และได้ยินบ่อยๆ ก็คือคำว่า SPF เท่านั้น เท่านี้ ค่า PA+ หรือว่า PA++++ ไม่รู้ว่าไอ้ตัว + ที่อยู่ด้านหลังมันมีความหมายยังไง แล้วมันช่วยให้เราปลอดภัยจากรังสี UV จากแสดงแดดได้แค่ไหน วันนี้เรามีคำตอบ มาให้ทุกคนค่ะ
 
ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า รังสี UV จากดวงอาทิตย์มี 3 แบบ นะ!
 
รังสี UV ที่ได้ยินกันว่ามาจากดวงอาทิตย์ มีด้วยกัน 3 แบบ คือ UVA UVB และ UVC
  • UVA – รังสียูวีเอ มีความยาวคลื่น320-400 นาโนมิเตอร์ เป็นรังสีที่ร้ายมาก เพราะมันสามารถซึมผ่านผิวหนัง ชั้นหนังแท้ได้มากกว่า UVB ซะอีก และก็เป็นตัวที่ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ทำลายเซลล์ผิว ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย และยังมีปริมาณมากกว่า รังสี UBV ถึง 10 เท่า
  • UVB – รังสียูวีบี มีความยาวคลื่น 290-320 นาโนมิเตอร์ สามารถเข้าถึงชั้นหนังกำพร้า และทำร้ายผิวได้ทันที ทำให้เกิดอาการแห้ง แสบ คัน
  • UVC – ตัวนี้อาจจะไม่เคยได้ยิน เพราะมันเป็นรังสีที่มีช่วงความถี่ต่ำ และไม่สามารถผ่านเข้ามายังชั้นบรรยากาศของโลกได้ เพราะฉะนั้นคนจึงไม่ให้ความสำคัญเท่าไหร่

แล้วค่า SPF กับค่า PA อะไรนี่ อันไหนดีกว่ากัน?
 
จะพูดว่าอะไรดีกว่าคงไม่ถูก เพราะมันทำหน้าที่ต่างกัน
  • SPF เอาไว้ป้องกันรังสี UVB
  • PA เอาไว้ป้องกันรังสี UVA
            ส่วนใหญ่แล้วคนจะคุ้นเคยกับค่า SPF มากกว่า เพราะรังสีตัวนี้จะทำให้เราเห็นทันที ว่าผิวไหม้ ผิวคล้ำ ผิวเสียแล้ว เนื่องจากสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาตัวเอง ก็เลยให้ความสำคัญมากกว่า แต่หารู้ไม่ ว่าเจ้าตัว UVA ที่ต้องใช้ค่า PA มาป้องกันนั้น ร้ายลึกกว่ามาก ทั้งความสามารถในการทะลุผ่านผิวหนัง การทำลายดีเอ็นเอ เซลล์ผิว และก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ด้วย
 
 
ค่า PA ที่มีเครื่องหมายบวก +++ หลายๆ อันนี่มันหมายความว่าอะไร?
 
จำง่ายๆ ว่า ความหมายของบวก มันแปลว่าเท่า
  • PA+ คือมีความสามารถในการป้องกันผิว จากรังสี UVA ได้ 2 เท่า
  • PA++ คือมีความสามารถในการป้องกันผิว จากรังสี UVA ได้ 4 เท่า
  • PA+++ คือมีความสามารถในการป้องกันผิว จากรังสี UVA ได้ 8 เท่า
            และในปัจจุบัน มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้มีค่า PA++++(+) ซึ่งถ้ามี 4 บวก ก็แปลว่าสามารถป้องกันได้ 16เท่า และสามารถป้องกัน Long UVA ได้
ในอนาคต คิดว่าน่าจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ เพื่อที่จะเพิ่มความสามารถ ในการป้องกันรังสี UV ได้มากยิ่งๆ ขึ้นไป แต่ตัวเราก็ควรจะเลือกสินค้า ที่เหมาะกับความจำเป็น ไม่ใช่เอาแต่จะเลือกตัวที่มีค่า PA สูงๆ อยู่อย่างเดียว
 

แล้วเราควรจะใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า PA เท่าไหร่ดี?

อันนี้ต้องลองมาดูก่อนว่า เราใช้ชีวิตแบบไหน
  • PA+ สามารถป้องกันรังสี UVA ได้บางส่วน ในช่วงคลื่น 320-340 นาโนมิเตอร์ สาวออฟฟิศธรรมดา ใช้ค่าเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
  • PA++ สามารถป้องกันรังสี UVA ได้เกือบทั้งหมด ในช่วงคลื่น 400 นาโนมิเตอร์ สำหรับคนที่ต้องออกไปทำงานกลางแจ้ง หรือออกแดดมากกว่าปกติ
  • PA+++ ป้องกันรังสีได้ครบทั้งหมด ในช่วงคลื่น 400 นาโนมิเตอร์ คนที่ต้องไปเที่ยวทะเล หรือต้องตากแดดทั้งวันนานๆ เหมาะกับค่า PA สูงๆ แบบนี้


แล้วค่า SPF มันคืออะไร

            ค่า SPF ย่อมาจากคำว่า Sun Protecting Factor ซึ่งก็คือค่าป้องกันแสงแดด ซึ่งผิวของคนเราจะมีความแตกต่างกัน บางคนตากแดดเพียง10 นาที ผิวก็เริ่มแดง แต่บางคนอาจต้องใช้เวลานานกว่านั้น ส่วนค่าตัวเลขต่อท้าย คำว่า SPF นั้นสามารถนำมาคำนวณระยะเวลา (เป็นนาที) ในการปกป้องผิวหนังของเราจากรังสี UVB โดยนำตัวเลขส่วนท้ายคูณด้วย 30 ผลลัพธ์ที่ได้หมายถึงจำนวนนาทีที่ครีมกันแดดชนิดนั้นจะป้องกัน UVB ได้ เช่น
  • ค่าครีมกันแดด SPF10 นำเอา 10 x 30 = 300 หมายถึง ครีมกันแดดชนิดนี้ สามารถป้องกันรังสี UVB ได้ 300 นาที
            เป็นยังไงกันบ้างคะ หวังว่าคงจะเข้าใจความหมายของคำว่า SPF และ PA+++ กันแล้วใช่รึเปล่า รังสี UV ถึงแม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่เราก็ต้องเจอมันอยู่ทุกวัน ทางที่ดีควรจะรู้จักทาครีมกันแดด ที่มีค่าป้องกันแดดที่เหมาะสม เพื่อป้องกันผิวเสีย และการโดนทำร้าย ก่อนทาครีมกันแดดควรทาครีมบำรุงก่อนด้วย ส่วนคนที่กลัวผิวมัน ให้ทาครีมกันแดดทิ้งไว้ซัก 10 นาที แล้วค่อยใช้กระดาษทิชชู่ซับออกเบาๆ แค่นี้ก็มั่นใจหายห่วง พร้อมกับมือกับแสงแดดได้อย่างมั่นใจ
 
ขอบคุณรูปภาพจาก: lppsa.com
 
 
 
Copyrights © 2014 Kamolchanokherbal. All rights reserved.